วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เรื่องเล่าของยาย

เรื่องเล่าของยาย
            ยายเคยเล่าให้ฉันฟังบ่อยๆ เกี่ยวกับชีวิตสมัยที่แม่ยังเด็ก เป็นเรื่องเล่าที่เหมือนนิทานก่อนนอน ฟังเท่าไรก็ไม่มีเบื่อ เรื่องที่ยายเล่าเหมือนเป็นภาพสะท้อนความลำบากของทั้งตา ยาย ลุงติ แม่ น้าลี และน้าสวน ชีวิตของทุกคนไม่ได้สุขสบาย ครอบครัวของเราก็ไม่ได้ร่ำรวย ต้องหาเช้ากินค่ำเหมือนใครอีกหลายๆคน
            เมื่อตอนเด็กๆ บ้านฉันอยู่แถวบางอ้อ เป็นบ้านไม้เก่าๆ แต่หลังใหญ่ ยายเล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนนั้นตากับยายมาเช่าที่ดินเปล่าแถว บางอ้อ และบ้านหลังนั้นตาก็เป็นคนสร้างเองกับมือ หลังจากที่ตากลับมาจากการขับรถทัวร์ ทำไปวันละนิดวันละหน่อย ตอนนั้นอยู่กันแบบไม่มีฝาบ้าน เวลาตาไปขับรถทัวร์ออกต่างจังหวัด ก็จะเหลือแต่เพียงยายและลูกๆ ทั้งสี่ที่ยังเด็ก ทุกคนต้องอยู่แบบหวาดกลัว ว่าขโมยจะมาขึ้นบ้านรึเปล่า
            คนโบราณมักจะเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ ยายต้องไหว้ศาลเจ้าที่เจ้าทางประจำบ้านทุกวัน เพื่อขอให้ช่วยคุ้มครองยายและลูกๆ อย่าให้ขโมยขึ้นบ้าน น่าแปลกไหมล่ะ ที่ตลอดเวลาของการอาศัยโดยไม่มีฝาบ้านนั้น ไม่เคยมีขโมยมาเยี่ยมบ้านเลยสักครั้ง
            ความลำบากของยายอีกอย่างที่ฉันเห็นจากการเล่าก็คือ ยายต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 เพื่อออกไปขายของ ต้องเข็นรถเข็นผลไม้ไปเดินไปขายในตลาดที่ห่างจากบ้านหลายกิโล ขายได้บ้างไม่ได้บ้าง ไม่ใช่แค่ผลไม้อย่างเดียวที่ยายเคยขาย แต่ไม่ว่าจะเป็นร้านข้าวแกง หรือร้านกาแฟ ยายก็มีเป็นของตัวเอง ฉันเกิดทันที่ยายขายกาแฟ จำได้ว่าตอนเด็กๆ ฉันยังชอบไปเล่นที่ร้านยายอยู่เลย ลูกค้าของยายทุกคนติดใจในฝีมือการชงกาแฟของยายมากๆ ยายมีลูกค้าประจำเยอะแยะไปหมด ยายไม่เคยต้องเหงาเพราะยายรู้จักกับลูกค้าเหล่านั้นดี
            ในช่วงที่ยายขายผลไม้ ทุกๆเช้ายายกับลุงต้องเดินผ่านสะพานพระราม 6 สะพานแห่งนี้มีข่าวการตายบ่อยครั้ง ยายเป็นคนกลัวผีต้องชวนลุงคุยทุกครั้งที่เดินผ่านสะพาน
            มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผลไม้ของยายถูกโกงจากคนขายผลไม้ร้านข้างๆ ยายฝากซื้อลำไยหลายเข่ง แต่ลำไยที่ได้มาเหล่านั้น เป็นลำไยเน่าทั้งเข่ง ตอนนั้นยายกับตาขาดทุนเสียหาย บ้านก็ต้อวเช่า และลูกๆทั้ง 4 คนก็ต้องกินต้องใช้ เงินแทบจะไม่มี
            เงินที่ให้ลูกๆใช้ไปโรงเรียน บางวันก็มีให้ บางวันก็ไม่มี ในแต่ละวันที่ให้ก็เพียง 3 บาท
            ยายเล่าให้ฟังอีกว่าเมื่อก่อนยายเลี้ยงน้องหมาน่ารักๆ ไว้ที่บ้าน ชื่อเบ็นจี้ กาแฟ น้ำหวาน และน้ำขม พวกมันเป็นสุนัขฉลาด และรักสะอาด เป็นสุนัขที่เข้าไปปลดทุกข์เฉพาะในห้องน้ำเท่านั้น ยิ่งเจ้ากาแฟจะชอบกินผลไม้มากๆ มันชอบว่ายน้ำข้ามคลองไปนั่งรออยู่ใต้ต้นมะม่วง เพื่อรอให้ลูกมะม่วงแก่ๆ ตกลงมา และคาบกลับมาให้ยายปลอกให้กิน
            ทั้งตาและยายสอนลูกทั้งสี่และหลานอย่างฉันให้ตั้งใจเรียน คำพูดที่ยายพูดกับฉันอยู่บ่อยๆคือ “ต้องตั้งใจเรียนนะลูก ยายไม่มีความรู้ สมบัติก็ไม่มี ดูอย่างแม่แก ยายมีปัญญาแค่ส่งให้แม่แกเรียนให้จบสูงๆ แกก็ต้องดูไว้เป็นตัวอย่าง ความรู้จะทำให้เราไม่ลำบากนะลูก จำไว้”
            ตอนนี้คุณยายตัวเล็กๆ ของฉัน ไม่ต้องไปลำบากขายของอีกแล้ว ลูกๆทุกคนคอยส่งเงินมาให้ยายใช้ และมีหลานอย่างฉันคอยดูแลยายอย่างดี แต่ด้วยความที่ยายไม่ชอบอยู่นิ่งๆ สิ่งที่ยายทำทุกๆวันคืองานบ้าน และที่เด็ดที่สุดคือ เมื่อกลับมาถึงบ้าน ฉันจะเจอกับข้าวหอมๆ เต็มโต๊ะไปหมด และอาหารฝีมือยายน่ะ ใช่ย่อยซะที่ไหน ไม่ว่าแขกคนไหนที่มาเที่ยวที่บ้าน พอได้ลองฝีมือยายของฉันเข้าไป ต้องรีบขอใส่ถุงกลับไปกินที่บ้านกันใหญ่ และจะต้องได้เจอแขกคนนั้นเป็นครั้งที่สองหรือครั้งที่สามแน่นอน
                     

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น